[seed_social]
ศัลยกรรมดึงคอ (Neck Lift) ยกกระชับผิวหนังคอให้กระชับตึงขึ้น
ศัลยกรรมดึงคอ
กาลเวลาที่ผ่านไปล้วนสร้างปัญหาต่อสุขภาพของเราอยู่ในทุกๆวันรวมไปถึงการแก่ตัวลงของผิวที่จะตามมาเมื่อคุณมีอายุที่มากขึ้น ผิวของเราก็เริ่มที่จะสูญเสียคอลลาเจนที่ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง แถมริ้วรอยร่องลึกยังเริ่มมีความชัดมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวัยไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป เมื่อเราพบว่าการเปลี่ยนแปลงของวัยทำให้ใบหน้าและลำคอมีความหย่อนคล้อยทำให้ดูมีอายุ แลดูหมองและไม่สดใส ทางโรงพยาบาล PLANET เราสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวของคุณได้ทันทีด้วยการศัลยกรรมดึงใบหน้าและลำคอที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด คุณจะได้รับการยกกระชับผิวบริเวณใบหน้าและลำคอให้ดูสดใส เต่งตึง และอ่อนเยาว์อีกครั้ง
ศัลยกรรมดึงคอ Neck Lift คืออะไร
ศัลยกรรมดึงคอหรือ Neck Lift เป็นกระบวนการทางศัลยศาสตร์ที่มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงลักษณะ แก้ไข บริเวณที่มีปัญหาเนื่องจากการหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบนคอ กระบวนการนี้มักจะรวมไปถึงการกำจัดไขมันที่หย่อนคล้อยและไม่ต้องการและการยกกระชับผิวหนังในบริเวณนั้นๆขึ้น เพื่อให้คอดูเรียบเนียนแลดูอ่อนเยาว์ การศัลยกรรมดึงค มักจะทำร่วมกับกระบวนการอื่นๆ เช่น ศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าหรือศัลยกรรมขนาดเล็กอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้เข้ารับบริการ
เทคนิคการทำศัลยกรรมดึงคอ มีกี่แบบ
เทคนิคการผ่าตัดยกกระชับคอ ซึ่งบางครั้งเรียกว่าเซอร์จีแฟซ หรือ “S-lift” จะมีหลายขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินการ แต่การกรีดเปิดแผลและวิธีการมัดกล้ามเนื้อใต้คางนั้นอาจแตกต่างไปตามแต่ละแพทย์หรือแต่ละเทคนิคที่ใช้ ซึ่งทางเราโรงพยาบาล PLANET มีเทคนิค 2 แบบที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงคอ
- เทคนิคการผ่าตัดเพื่อยกกระชับหน้าและลำคอไปพร้อมๆกัน
- เทคนิคการผ่าตัดมัดกล้ามเนื้อใต้คาง
ประโยชน์ของการทำศัลยกรรมดึงคอ
การศัลยกรรมดึงคอเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการช่วยกรอบหน้าชัดขึ้น และช่วยในการยกกระชับผิวให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น ทำให้คอดูกระชับ ยกผิวที่เหี่ยวย่นให้เต่งตึงขึ้นอย่างชัดเจน ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี ขึ้นไป โดยใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยมากหลังการทำศัลยกรรมดึงคอ
คนที่มีลักษณะคอแบบไหน ที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมดึงคอ
- ริ้วรอยที่คอในแนวตั้ง
ริ้วรอยที่คอในแนวตั้งเป็นผลมาจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้ามเนื้อ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเร่งรัดของผิวหนังและลดลงของคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยรักษาความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิวหนังไม่ต่างไปจากริ้วรอยที่เกิดขึ้นในแนวนอนที่เกิดขึ้นจากการย่อยของกล้ามเนื้อและการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนัง การสูญเสียความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อคอที่ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อยในบริเวณคอ ทำให้ริ้วรอยที่คอในแนวตั้งเหล่านี้เกิดขึ้น
- ใต้คางหย่อนคล้อย หรือ คางสองชั้น
ความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางที่ทำให้เหมือนมีคางสองชั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้ามเนื้อในพื้นที่นั้นพร้อมกับการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังทำให้ผิวหนังเหล่านั้นหย่อนคล้อยลง เมื่อมีการสะสมไขมันในบริเวณนั้นจะทำให้คางดูมีชั้นสองอย่างชัดเจนขึ้น การแก้ไขปัญหานี้ด้วยการดูดไขมันหรือการฉีดสลายไขมันอาจจะไม่เพียงพอในบางกรณี เนื่องจากปัญหาไม่ได้อยู่เฉพาะที่ไขมันเท่านั้น แต่ยังเกิดจากความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนังด้วย ดังนั้นการพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม เช่น การผ่าตัดเพื่อยกกระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้คางเหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในบริเวณนี้
- คอหย่อนคล้อย
คอหย่อนคล้อยเป็นปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้ามเนื้อในบริเวณคอ โดยปกติแล้วเมื่อความยืดหยุ่นลดลง ผิวหนังจะขยายตัวออกและเกิดริ้วรอยทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ในกรณีที่ปัญหาเกิดจากผิวหนังหย่อนคล้อยอย่างเดียวการผ่าตัดยกกระชับหน้าแบบฟูลลิฟติ้ง อาจเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา แต่ในกรณีที่ปัญหามาจากกล้ามเนื้อและผิวหนังหย่อนคล้อยอย่างหนัก เช่น กล้ามเนื้อหลักของคอที่มีความเสื่อมสภาพอย่างมาก อาจจำเป็นต้องพิจารณาทำการผ่าตัดยกกระชับคอร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขั้นตอนการทำศัลยกรรมดึงคอ
การศัลยกรรมดึงคอของทางโรงพยาบาล PLANET มี 2 แบบด้วยกัน คือ การผ่าตัดยกกระชับคอร่วมกับใบหน้า และการผ่าตัดมัดกล้ามเนื้อใต้คาง โดยทั้งสองมีขั้นตอนที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้
- การผ่าตัดยกกระชับคอร่วมกับใบหน้า
ขั้นตอนที่ 1 การผ่าตัดยกกระชับคอเริ่มด้วยการแพทย์จะทำการกรีดเปิดแผลตั้งแต่แนวไรผม หน้าหูไปจนถึงหลังหู และต่อมาจะกรีดลงมาด้านหลังของคอ การกรีดเปิดแผลนี้จะต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือบาดแผลร้ายแรง
ขั้นตอน 2 หลังจากที่ทำการกรีดเปิดแผลแล้ว แพทย์จะทำการตัดเส้นเอ็นยึดออก เพื่อเปิดพื้นที่ใต้ผิวและจะทำการตัดเลาะลึกลงไปในผิวหนังจนถึงชั้นผิวชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ที่เป็นชั้นผิวหนังล่างสุดที่แปรผันไปรวมกับกล้ามเนื้อและถุงเอนโดนไฟเบอร์เตรียมตัวเพื่อทำการยกกระชับหน้าและคอ
ขั้นตอน 3 หลังจากที่ได้ทำการตัดเลาะลึกลงไปถึงผิวชั้น SMAS แล้ว แพทย์จะทำการยึดชั้นพังผืดที่แยกตัวออกไปยังตำแหน่งที่ต้องการและยึดไว้ให้แน่นหนา การดึงชั้นพังผืดนี้จะช่วยให้เกิดการยกกระชับในบริเวณที่ต้องการ หลังจากที่ได้ทำการดึงชั้นพังผืดแล้ว แพทย์จะตัดพังผืดส่วนที่เหลือออกเพื่อให้ผิวหนังมีความเรียบเนียนและลดการเกิดรอยแผลเป็นให้น้อยที่สุด
ขั้นตอน 4 หลังจากที่ได้ทำการยึดชั้นพังผืด แพทย์จะทำการเย็บปิดแผลชั้นพังผืดด้วยเทคนิคพิเศษของทางโรงพยาบาล PLANET คือการเย็บปิดแผลแบบ 3 POINT เป็นเทคนิคที่ทำให้แผลที่เย็บปิดสนิทและโอกาสเกิดรอยแผลเป็นน้อยที่สุด
- การผ่าตัดมัดกล้ามเนื้อใต้คาง
ขั้นตอนที่ 1 กรีดเปิดแผลบริเวณใต้คางเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องการทำการผ่าตัด การกรีดเปิดแผลจะทำโดยไม่ให้เห็นตำแหน่งที่เกิดแผล
ขั้นตอนที่ 2 กำจัดไขมันส่วนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อเตรียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับการทำการยกกระชับ การกำจัดไขมันจะมีการดึงยึดกล้ามเนื้อคอเพื่อช่วยให้ผิวหนังมีการยืดหยุ่นที่ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 3: เย็บปิดแผลชั้นพังผืดโดยใช้เส้นเย็บที่เหมาะสมเพื่อให้แผลปิดสนิทและมีรอยต่อที่น้อยที่สุด โดยใช้เทคนิคเย็บปิดแผลชั้นผิวหนังทีละชั้นแบบ 3 POINT เพื่อลดการเกิดรอยแผลเป็นให้น้อยที่สุด
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดศัลยกรรมดึงคอ
- ควรงดการรับประทานอาหารและดื่มน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงในการมีการอาเจียนระหว่างการผ่าตัด
- ควรงดทานวิตามินเสริมทุกชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด เนื่องจากบางชนิดของวิตามินเสริมอาจมีผลกระทบต่อการหลายที่ในการผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือนก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนหรือปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ควรงดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเลือดออกมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการมีอาการเลือดออกจากแผลมาก
- ควรสระผมก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากในช่วงแรกหลังการผ่าตัดอาจทำให้สระผมไม่สะดวก
- ควรงดการแต่งหน้าในวันที่เข้ารับการผ่าตัด หรือหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ทำความสะอาดยาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดศัลยกรรมดึงคอ
- สามารถกลับไปแต่งหน้าตามปกติได้หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ทำความสะอาดยาก
- อาการชาบริเวณใบหน้าและลำคอเป็นสิ่งที่ปกติที่จะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด โดยจะเริ่มหายไปเองภายใน 2-4 สัปดาห์
- ควรรักษาแผลผ่าตัดให้แห้งอยู่เสมอ ห้ามให้แผลเปียกน้ำจนกว่าจะตัดไหม และควรเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยสำลีชุบน้ำเกลือและใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง
- ควรนอนหมอนสูงและประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
- ควรงดการออกกำลังกายหนักที่กระทบกระเทือนแผลอย่างน้อย 1 เดือนหลังการผ่าตัด
- ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนเป็นเวลา 2 เดือนหลังการผ่าตัดเพื่อป้องกันการแตกแผลและอาการร้อนบวม
- สามารถกลับไปล้างหน้าและสระผมตามปกติได้หลังการผ่าตัด 5 วัน
รีวิว ดึงคอ
Q&A คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ศัลยกรรมดึงคอ
ศัลยกรรมดึงคอ เจ็บไหม?
การศัลยกรรมดึงคอไม่มีอาการเจ็บมากนัก แต่ถ้าในกรณีที่คนไข้ท่านใดมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดหรือยานอนหลับได้ตามปกติ
ศัลยกรรมดึงคอ มีความเสี่ยงและอันตรายไหม?
การผ่าตัดศัลยกรรมทุกประเภทมีความเสี่ยงรวมไปถึงการผ่าตัดดึงคอด้วยเช่นกัน ดังนั้นการปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทางเรา PLANET เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการตัดสินใจทำการผ่าตัดจะช่วยให้คนไข้เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ ความเสี่ยงที่เป็นไปได้ โดยปกติแล้วศัลยแพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าตัด ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ระยะเวลาการฟื้นตัว และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจในการผ่าตัดดึงคอได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ศัลยกรรมดึงคอ ผลลัพธ์อยู่ถาวรไหม?
การดึงคอด้วยการผ่าตัดสามารถช่วยให้ผิวหนังบริเวณลำคอกลับมาเต่งตึงและกระชับอีกครั้งได้แต่เช่นเดียวกับทุกกระบวนการศัลยกรรม เวลาจะผ่านไปผิวหนังก็ยังจะเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ แม้การดึงคอด้วยการผ่าตัดอาจช่วยลดการเสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ไม่สามารถหยุดการเสื่อมสภาพของผิวหนังตามเวลาได้อย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์อาจมีอายุได้ยาวนานถึง 5 ปีขึ้นไป แต่อาจต้องทำศัลยกรรมซ้ำในอนาคตเมื่อการเสื่อมสภาพกลับมา
ศัลยกรรมดึงคอกับดึงหน้า ต่างกันอย่างไร?
การผ่าตัดดึงหน้า และการผ่าตัดดึงคอ เป็นกระบวนการทางศัลยศาสตร์ที่ใช้เพื่อช่วยลดการหย่อนคล้องและยกกระชับผิวหนังในบริเวณหน้าและคอ แต่มีความแตกต่างกันตามพื้นที่ที่มุ่งเน้นการปรับปรุง การผ่าตัดดึงหน้าเน้นไปที่บริเวณของหน้า ซึ่งรวมถึงช่วงของแก้ม จมูก และชั้นหน้า โดยบริเวณที่มักจะปรับปรุงได้ในการผ่าตัดดึงหน้ารวมถึงการยกกระชับผิวหนัง ลดเลือนริ้วรอยบนชั้นหน้า ส่วนการผ่าตัดดึงคอเน้นไปที่การลดหย่อนคล้อยและยกกระชับผิวหนังบริเวณคอ ดังนั้น การเลือกที่จะทำการผ่าตัดดึงหน้าหรือการผ่าตัดดึงคอนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายปัจจัย เช่น ปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข ความต้องการและความพึงพอใจของคุณ รวมถึงคำแนะนำจากแพทย์เสริมความงามที่เชี่ยวชาญในการประเมินและแนะนำให้เหมาะสมที่สุดตามแต่ละเคส
อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะกับการทำศัลยกรรมดึงคอ
ขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อยของผิวหนังและการตัดสินใจที่เหมาะสมจากทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ
เคยทำศัลยกรรมดึงคอกับที่อื่นมาแล้ว สามารถทำซ้ำที่ใหม่ได้หรือไม่?
การศัลยกรรมดึงคอแม้เป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพยกกระชับผิวหนังให้ดูเต่งตึงและมีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิถาพยาวนาน แต่ก็ไม่สามารถหยุดการเสื่อมสภาพของผิวได้อย่างถาวร ดังนั้นหากบริเวณเกิดริ้วรอยอีกสามารถทำหัตถการได้อีกครั้ง แต่ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 ปี
ศัลยกรรมดึงคอแผลอยู่ตรงไหน?
PLANET ใช้เทคนิคการกรีดเปิดแผลในตำแหน่งที่มองไม่เห็น กรีดเปิดแผลตั้งแต่บริเวณหน้าหูไปจนถึงแนวไรผมด้านหลังหู เพื่อให้รอยแผลเป็นอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นจากหน้าตรง ซึ่งช่วยลดความเห็นของรอยแผลหลังการผ่าตัดและทางเราใช้เทคนิคการเย็บปิดแผลแบบ 3POINT โดยเย็บแผลทีละชั้น โดยแยกเป็นชั้นพังผืด, ชั้นเนื้อเยื่อ, และชั้นผิวหนัง ซึ่งช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นและส่งผลให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดแผลเป็นได้ค่อนข้างน้อย
ทำไมต้องศัลยกรรมดึงคอที่ Planet Surgery
การทำศัลยกรรมดึงคอจำเป็นต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสถานประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ ซึ่งทางเรา PLANET เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับ และมีบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากสมาคมความปลอดภัยทางการแพทย์เพื่อความงามนานาชาติ ที่จะมาให้บริการคนไข้ทั้งในระหว่างการผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัดให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
